ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน
แปลภาษา
pr_bangkok: สำนักงานเขตมีนบุรีรับสมัครครูสอนภาษาจีน 2 อัตรา ยื่นใบสมัครที่ฝ่ายการศึกษา เขตมีนบุรี บัดนี้-25 พ.ค. หรือโทร.0 2540 7172 ในวันเวลาราชการ
17 hours ago from web
pr_bangkok: สำนักการแพทย์กทม.รับจนท.ช่วยปฏิบัติราชการตำแหน่งนักสถิติ/บริหารงานทั่วไป/วิเคราะห์นโยบายและแผน อย่างละ1อัตรา รับสมัครถึง11มิ.ย.โทร.022207534
17 hours ago from web
pr_bangkok: กทม.ประสานกฟน.ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในที่สาธารณะ3,995ดวง ซึ่งคืบหน้าแล้ว75%เหลืออีก1,183ดวง มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน7วัน
17 hours ago from web
powered by TweetXT!
แนวโน้มผู้ป่วยโรคเอดส์ในประเทศไทย
สาระสำคัญ
ศ.กิตติคุณ นพ. ประพันธ์ ภานุภาค ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ องค์การเภสัชกรรม(อภ.) องค์การเอดส์ แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำโครงการ Adam's love เพื่อเป็นการสื่อสารความรู้ด้านการมีเพศสัมพันธ์แบบชายรักชายให้มีความปลอดภัยจากโรคเอดส์/เอชไอวี ผ่านเครือข่ายออนไลน์ www.adamslove.org เป็นครั้งแรกในอาเซียน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชายรักชายสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ และพูดคุยกันได้ผ่านโลกออนไลน์ ซึ่ง มีเป้าหมายหากกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก จะทำให้กล้าเข้ารับการตรวจคัดกรองเอดส์และเชื้อเอชไอวีมากขึ้น(มติชน, สำนักข่าวไทย, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
รศ.นพ. ประตาป สิงหศิ วานนท์ ประธานคณะกรรมการเจ้าภาพจัดการประชุมเอดส์วัคซีน กล่าวว่า คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับกรมควบคุมโรค สธ. เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการ ในหัวข้อ ‘AID Vacc Conferrence 2011’ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 12 - 15 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการจัดการประชุมดังกล่าวในเอเชีย โดยมีประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ การประชุมดังกล่าวจะมีนักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน จาก 40 ประเทศทั่วโลก มีผู้บรรยายทรงคุณวุฒิ จำนวน 51 คน นอกจากนี้ จะมีการนำเสนอผลการวิจัย 471 เรื่อง ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยของประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก(ไทยโพสต์, กรุงเทพธุรกิจ)
นพ. มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์เห็นชอบการตั้งกลุ่มเป้าหมายยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์แห่งชาติ พ.ศ.2555 - 2559 มีเป้าหมาย 3 ประการ คือ (1) ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ลง 2 ใน 3 (2) ทำให้ผู้ติดเชื้อทุกรายเข้าถึงการดูแลรักษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อลดการเสียชีวิต ขณะเดียวกันตั้งเป้าหมายลดการเสียชีวิตจากวัณโรค ซึ่งมีสาเหตุจากการติดเชื้อเอชไอวีลงมากกว่าร้อยละ 50 และ (3) ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายและนโยบายที่เป็นอุปสรรคต่อประสิทธิผลของการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์(โพสต์ทูเดย์, ไทยโพสต์)
พญ. เพชรศรี ศิรินิรันดร์ ผอ.ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการปัญหาเอดส์แห่งชาติ สธ. กล่าวในการสัมมนา เรื่อง ‘การสื่อสารในการลดอันตรายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ในกลุ่มผู้ติด สารเสพติด’ว่า สธ. ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำประเทศไทย จัดทำโครงการ
ลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติดในประเทศไทย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ในกลุ่มผู้ติดสารเสพติด ซึ่งเริ่มดำเนินการมาแล้ว 2 ปี มีอาสาสมัครที่เคยติดยาเสพติดร่วมกับเครือข่ายผู้ใช้ยาแห่งประเทศไทย คอยช่วยเหลือในการหาคนเข้าร่วมโครงการฯ ใน 14 จังหวัด ปัจจุบันมีผู้ติดยาที่เข้าร่วมโครงการราว 4,000 - 5,000 คน(มติชน, โพสต์ทูเดย์, ไทยโพสต์, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
ศ.พญ. พรรณี ปิติสุทธิธรรม หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ดำเนินการทดสอบวัคซีนเอดส์อย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันมีทั้งสิ้น 15 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่เพื่อหาประสิทธิผลของวัคซีนจำนวน 2 โครงการ มีอาสาสมัครเข้าร่วมจำนวน 20,000 คน ผลการวิจัยล่าสุดพบสามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้ร้อยละ 31.2 และในปีแรกที่ผู้ป่วยได้รับวัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ถึงร้อยละ 60
ดังนั้น นักวิจัยจึงมีแนวคิดต่อยอดการวิจัยอีก 2 ลักษณะ คือ (1) นำผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการ ที่ได้รับวัคซีนแล้วสามารถป้องกันการติดเชื้อได้จำนวน 160 คน มารับวัคซีนเพิ่มอีก 2 ครั้ง เพื่อหาค่า ภูมิต้านทานการสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ยาวนานกว่าเดิม โดยจะเริ่มโครงการในปลายปี 2554 และ (2) ใช้อาสาสมัครรายใหม่ที่มีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อน้อย อายุตั้งแต่ 18 - 45 ปี จำนวน 300 คน มาทำการศึกษา ด้วยการให้วัคซีนกระตุ้นอีก 4 ครั้ง และติดตามผลทุก 6 เดือน(โพสต์ทูเดย์, ไทยโพสต์, กรุงเทพธุรกิจ)
ปัญหาอุปสรรค/ผลกระทบ
ศ.กิตติคุณ นพ. ประพันธ์ ภานุภาค ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ระบุหลังจาก พบสถิติ ภาพรวมของผู้ป่วยเอดส์และเอชไอวีในประเทศไทยประมาณ 500,000 – 600,000 ราย ในจำนวนนี้ พบเป็นผู้ป่วยที่เป็นชายรักชาย (Men who have Sex with Men : MSM) ประมาณ 100,000 ราย ขณะที่สถานการณ์ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่พบผู้ป่วยราว 3 ใน 10 ราย หรือร้อยละ 29.1 ส่วนในเมืองเล็กๆ พบประมาณร้อยละ 10
สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีแผนการตรวจหาเชื้อเอชไอวีที่ชัดเจน จึงทำให้มีการติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ส่วนคลินิกนิรนามที่มีการตรวจคัดกรองเชื้อเอชไอวี พบมีผู้เข้ามาใช้บริการประมาณ 50 ราย/วัน พบผู้ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 10 ราย โดย 8 - 9 ราย เป็นกลุ่มชายรักชาย (มติชน, สำนักข่าวไทย, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
พญ. เพชรศรี ศิรินิรันดร์ ผอ.ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการปัญหาเอดส์แห่งชาติ สธ. กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 500,000 คน ในแต่ละปีมีผู้ติดเชื้อ รายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้พบประมาณ 10,097 คน หรือเฉลี่ย 27 คน/ วัน และคาดจำนวนผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีดในประเทศมีไม่ต่ำกว่า 30,000 คน ขณะที่อัตราการใช้เข็มฉีดยาและกระบอกฉีดยาร่วมกันที่สูงถึงร้อยละ 36 ในปี 2551 ทำให้ประมาณการได้ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด ในปี 2553 ประมาณ 900 คน(มติชน, โพสต์ทูเดย์, ไทยโพสต์, กรุงเทพธุรกิจ, คม ชัด ลึก, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
ข้อเสนอแนะ
ศ.กิตติคุณ นพ. ประพันธ์ ภานุภาค ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า การรณรงค์การตรวจคัดกรองเชื้อเอชไอวีที่รวดเร็วขึ้นจะช่วยลดผู้ป่วยรายใหม่ได้ เนื่องจากแพทย์สามารถสั่งยาต้านไวรัสเอชไอวีได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเท่ากับช่วยป้องกันการแพร่เชื้อ
ทั้งนี้ การตรวจคัดกรองเอดส์และเชื้อเอชไอวี 1 ครั้ง จะช่วยป้องกันความเสี่ยงได้ 1 เท่า ดังนั้น หากภายในระยะเวลา 1 ปี มีการตรวจคัดกรองเอดส์และเชื้อเอชไอวีได้ราว 2 - 3 ครั้ง จะสามารถป้องกันความเสี่ยงได้มากขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจคัดกรองและรับยาต้านไวรัสได้เร็วขึ้น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของตนเองแล้ว ยังส่งผลดีต่อคู่รักและคนรอบข้างอีกด้วย เนื่องจากวิธีดังกล่าวสามารถป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้มากกว่าร้อยละ 90(มติชน, สำนักข่าวไทย, เอเอสทีวี ผู้จัดการรายวัน)
พญ. เพชรศรี ศิรินิรันดร์ ผอ.ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการปัญหาเอดส์แห่งชาติ สธ. กล่าวว่า จากข้อมูลในปี 2532 - 2554 พบผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ติดยาเสพติดมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึง มีแผนลดอัตราการใช้สารเสพติด (Core Programs of Harm Reduction) 4 ข้อ ประกอบด้วย (1) ส่งเสริมให้ลดการใช้เข็มฉีดยา (2) ส่งเสริมการให้สารทดแทนสารเสพติด หรือเมทาโดน (3) ส่งเสริมให้ ผู้ติดยาเข้าถึงการบำบัด และ (4) การบำบัดดูแล โดยโครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบ
------------------ ธนัตถ์ชวนันทน์ (วิเคราะห์ข่าว)
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|












