ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน
แปลภาษา
pr_bangkok: สำนักงานเขตมีนบุรีรับสมัครครูสอนภาษาจีน 2 อัตรา ยื่นใบสมัครที่ฝ่ายการศึกษา เขตมีนบุรี บัดนี้-25 พ.ค. หรือโทร.0 2540 7172 ในวันเวลาราชการ
17 hours ago from web
pr_bangkok: สำนักการแพทย์กทม.รับจนท.ช่วยปฏิบัติราชการตำแหน่งนักสถิติ/บริหารงานทั่วไป/วิเคราะห์นโยบายและแผน อย่างละ1อัตรา รับสมัครถึง11มิ.ย.โทร.022207534
17 hours ago from web
pr_bangkok: กทม.ประสานกฟน.ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่างในที่สาธารณะ3,995ดวง ซึ่งคืบหน้าแล้ว75%เหลืออีก1,183ดวง มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน7วัน
17 hours ago from web
powered by TweetXT!
บทพิสูจน์เด็กอาชีวะ.ต่างรั้ว แต่อยู่ร่วมกันได้

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ “โครงการอาชีวะสานใจสายใยรัก” ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครตั้งใจจัดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักเรียนอาชีวะ และเพื่อเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมด้านความสามัคคี การประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี รวมถึงการมุ่งทำประโยชน์แก่โรงเรียน ครอบครัว และสังคม โดยนำนักเรียนจากสถาบันอาชีวะศึกษากลุ่มกรุงเทพตะวันออก 7 สถาบัน ประกอบด้วย วิทยาลัย เทคนิคมีนบุรี วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก โรงเรียนมีนบุรีโปลีเทคนิค โรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ โรงเรียนเทคโนโลยีดุสิต และโรงเรียน เทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ มาเข้าค่ายฝึกอบรมร่วมกัน โดยมีเหล่าครู อาจารย์ ผู้ปกครอง พร้อมด้วยตำรวจจากสถานีตำรวจท้องที่ เข้าร่วมการอบรมด้วย ณ อุทยานวังตะไคร้ จ.นครนายก ระหว่างวันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2553
แม้จะไม่มีใครยืนยันได้ว่าการนำนักเรียนอาชีวะกว่า 80 ชีวิต มาใช้ชีวิตกินนอนร่วมกันในเวลาสั้นๆ จะช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มนักเรียนอาชีวะได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เหล่าผู้เข้ารับการอบรมพูดตรงกัน คือ พวกเขาได้เพื่อน ได้มิตรภาพ ได้ความผูกพันกับเพื่อนต่างสถาบัน และอย่างน้อยก็ทำให้ได้ “คิด” ถึงการสร้างมิตรมากกว่าการเป็นศัตรูกัน

หากจะพูดถึงกลุ่มนักเรียนอาชีวะหลายคนอาจจะเมินหน้าไม่อยากเข้าใกล้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่อาจมองข้าม คือ ความสามารถของนักเรียนอาชีวะเหล่านี้ แม้พวกเขาจะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ยกพวกตีกัน สร้างความเดือดร้อนให้ผู้บริสุทธิ์ต้องถึงแก่ชีวิตหรือบาดเจ็บตามที่เป็นข่าวอยู่เสมอๆ แต่นั่นก็เป็นเพราะความคึกคะนองตามวัย และเป็นเพียงนักเรียนส่วนหนึ่งเท่านั้น
จากการพูดคุยสอบถามพบว่า พวกเขาเหล่านี้มีความสามารถที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย ดังจะเห็นได้จากการเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการฟื้นฟูชุมชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจัดขึ้น โดยนำนักเรียนอาชีวะมาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูชุมชนที่อาศัยบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 27 ชุมชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยพวกเขาจะใช้ความรู้ด้านช่างประเภทต่างๆ ที่ได้ร่ำเรียนมา เพื่อช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดเสียหาย หรือแม้กระทั่งการซ่อมแซมบ้านเรือนด้วย
ทั้งนี้ หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งจากรัฐบาล สถาบันการศึกษา รวมถึงภาคเอกชน ร่วมกันหาช่องทาง เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่านักเรียนอาชีวะทั้งหลายได้นำความสามารถที่มีอยู่ไปใช้ในเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ระหว่างสถาบัน เพื่อเชื่อมสัมพันธภาพระหว่างกันและกัน เชื่อว่านักเรียนเหล่านี้คงทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมทั้งช่วยสร้างทัศนคติที่ดีจากประชาชนต่อนักเรียนอาชีวะอีกด้วย
กมลพร แย้มเยื้อน.....ภาพ / กรรณิการ์ แสงรัศมีกุล...รายงาน
| < ย้อนกลับ |
|---|












