-PR BMA Spot-

BMA Radio Online
คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์
ส่วนสมาชิก
ลงทะเบียน



ราคาน้ำมัน
พยากรณ์อากาศ

กองประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร

เปิดมหกรรมกีฬาไทย รวมใจชาวบดินทร สานสัมพันธ์ครูและผู้ปกครอง

(23 มิ.ย. 60) เวลา 14.30 น. : นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิด “มหกรรมกีฬาไทย รวมใจชาวบดินทร” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคณะครู สมาคมผู้ปกครองและครูบดินทรเดชา และเครือข่ายผู้ปกครองของโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รวมถึงอนุรักษ์และสืบสานกีฬาไทยซึ่งเป็นมรดกของชาติ โดยกีฬาประกอบด้วย วิ่งเบี้ยว ตีล้อ วิ่งผลัด วิ่งกระสอบ เรือบก และชักเย่อ โดยมี นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตวังทองหลาง ดร.กล้าศักดิ์ จิตต์สงวน ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นายวรวิทย์ หงวนศิริ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูบดินทรเดชา ผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ร่วมพิธีเปิด ณ สนามฟุตบอล โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)

องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โรงเรียนบดินทรเดชา เป็นโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ และมีชื่อเสียง เป็นโรงเรียนในฝันของเด็กนักเรียนกรุงเทพฯ หลายๆ คน ที่ต้องการเข้ามาศึกษาต่อที่โรงเรียนแห่งนี้ และในทุกๆ ปี ก็จะมีนักเรียนของกรุงเทพมหานครได้เข้ามาเป็นสมาชิกของโรงเรียนบดินทรเดชาแห่งนี้อยู่เสมอ กรุงเทพมหานครต้องขอขอบคุณโรงเรียนบดินทรเดชา ตลอดจนคุณครูทุกท่านที่ได้สร้างพวกเขาให้เป็นเด็กที่ดี มีคุณภาพ และอนาคตที่ดีต่อไป และขอชื่นชมในความร่วมมือร่วมใจของผู้ปกครองที่ร่วมใจมาจัดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ ซึ่งการกิจกรรมในลักษณะนี้อาจเป็นจุดแข็งของสมาคมผู้ปกครองและครูของโรงเรียนแห่งนี้ ที่สามารถรวบรวมผู้ปกครองให้มาจัดกิจกรรมที่มีความสนุกสนาน ได้ทำกิจกรรมที่มีความสุข และได้ร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีไทย เพื่อให้ลูกหลานได้สืบสานต่อไป

.........................................(อิทธิพล...กปส.รายงาน)


 

สัมมนาฯ ข้าราชการบำนาญในสังกัดกทม. สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีหลังวัยเกษียณ

(23 มิ.ย. 60) เวลา 11.30 น. : นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร ซึ่งภายในงานมีการให้ความรู้เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพกายและใจ ตลอดจนแนวทางการดูแลรักษาสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยมี นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากสำนักการคลัง และข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธี ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร คือบุคลากรที่ได้สร้างสรรค์ผลงานและทำคุณประโยชน์ให้แก่กรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยที่ภารกิจและหน้าที่ของกรุงเทพมหานครมีความหลากหลาย การปฏิบัติงานจึงต้องใช้ทั้งความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน พร้อมทั้งต้องใช้ความเสียสละ ความอดทน อดกลั้น ในการฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ข้าราชการบำนาญทุกท่านล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ รอบคอบ รวมถึงมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าทุกท่านจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่ทุกท่านยังคงเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่า สามารถทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไป

สำหรับ โครงการสัมมนาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร จัดขึ้นเพื่อให้ข้าราชการบำนาญกรุงเทพมหานคร ได้รับความรู้เรื่องการรักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจหลังเกษียณอายุราชการ พร้อมได้พบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดองค์ความรู้และเครือข่ายผู้สูงอายุอย่างกว้างขวาง นับเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ยืนยาวและมีความสุขยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้าราชการบำนาญสามัญ และข้าราชการครูบำนาญ ที่ได้เกษียณอายุไปแล้ว ปัจจุบันมี จำนวนประมาณ 18,000 คน ซึ่งการสัมมนาฯ แบ่งออกเป็น 3 รุ่นๆ ละ 1,000 คน หมุนเวียนกันไปในแต่ละปี โดยปีนี้กำหนดจัด ดังนี้ รุ่นที่ 1 วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2560 รุ่นที่ 2 วันศุกร์ 23 มิถุนายน 2560 และรุ่นที่ 3 วันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน 2560

------------------(อิทธิพล...กปส.รายงาน)


 

กทม. หนุนเต็มพิกัด ร่วมผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นสวรรค์แห่งการลงทุน

(23 มิ.ย. 60) เวลา 15.00 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมงาน China (Shandong) – Thailand Investment and Trade Forum & Business Match-making  Meeting  พร้อมกันนี้ยังได้นำเสนอข้อมูลเรื่องเศรษฐกิจและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของกรุงเทพมหานคร แก่ผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบด้วย คณะผู้แทนจากมณฑลชานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน  ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และนักธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ณ ห้องดุสิตธานีฮอลล์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของประเทศไทย ในปี 2558 กรุงเทพมหานครมีผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัด (Gross Provincial Product – GPP) สูงที่สุดในประเทศ ด้วยมูลค่า 4.43 ล้านล้านบาท (130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) หรือคิดเป็น 32.45% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product – GDP) กรุงเทพมหานครมีเศรษฐกิจที่กระจายตัวดี โดยมีภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การพาณิชย์ อุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ และสถาบันการเงิน ซึ่งภาคเศรษฐกิจทั้งสี่ประเภทนี้คิดเป็นประมาณ 60% ของเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร ตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายได้ต่อประชากรในเขตกรุงเทพมหานครเท่ากับ 513,397 บาทต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองมาจากจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อไปว่า ในด้านการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานครได้รับรางวัลเมืองน่าเที่ยวติดอันดับต้นๆ มาตลอดระยะเวลา 5 ปี ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่ภาคการท่องเที่ยวก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้เร็วกว่าอุตสาหกรรมอื่น โดยภาพรวมของการดำเนินการภายในปีงบประมาณ 2558 กรุงเทพมหานครมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 34,761,852 คน มีรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า  1 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.50 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมปี 2558 นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง มีแนวโน้มที่จะพำนักอยู่ในกรุงเทพมหานครอย่างน้อย 3 - 5 วันก่อนจะเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นหรือเดินทางกลับประเทศ

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวด้วยว่า กรุงเทพมหานครในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถึงแม้ว่าจะไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจโดยตรง แต่ก็มีหน้าที่บริหารราชการและบริหารจัดการกิจการสาธารณูปโภคเพื่อให้บริการแก่ผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบกิจการในเขตกรุงเทพฯ มีหน้าที่ดำเนินกิจการจำนวน 27 ภารกิจอันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการสาธารณูปโภค การรักษาความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข การศึกษา การพัฒนาสภาพแวดล้อม สวัสดิการและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีปัจจัยพื้นฐานและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจ กรุงเทพมหานครมีการลงทุนด้านสาธารณูปโภคอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อประโยชน์ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยมีการใช้งบลงทุนมูลค่า 15,000-18,000 ล้านบาท ในช่วงปีงบประมาณ 2555 - 2558 สำหรับปีงบประมาณ 2559 นั้น กรุงเทพมหานครได้จัดทำค่าใช้จ่ายด้านงบลงทุนจำนวน 16,346 ล้านบาท คิดเป็น 23% ของรายจ่ายรวม

“ภายใต้แผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2556- 2575) ผู้บริหารกรุงเทพมหานครมีนโยบายส่งเสริมให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งธุรกิจและการลงทุน โดยเป็นศูนย์การค้า การเงิน การลงทุน การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร และบริการสีเขียว เพื่อให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่การเป็น “มหานครแห่งเอเชีย” ในปี พ.ศ.2575 โดยกรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาคและนานาชาติ เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมของเอเชีย รวมถึงการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้วิทยาการด้านต่าง ๆ ของภูมิภาค ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่านักลงทุนและนักธุรกิจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะได้รับความสะดวกสบาย ตลอดระยะเวลาที่อยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจในกรุงเทพมหานคร” นายทวีศักดิ์ กล่าวในที่สุด

---------------------- (ภวนพร...กปส. รายงาน)


 

หอสมุดเมือง กทม. จัดเสวนา “สุนทรภู่ ครูภาษา” ชวนตระหนักคุณค่าและอนุรักษ์ภาษาไทยวันสุนทรภู่

(23 มิ.ย. 60) น.ส.ปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานเสวนาหัวข้อ “สุนทรภู่ ครูภาษา”ซึ่งหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ร่วมกับบริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด และสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ จัดขึ้น ณ หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร แยกคอกวัว เขตพระนคร เพื่อเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ผลงานของสุนทรภู่กวีเอกของไทยและของโลก พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมและสืบสานมรดกทางวรรณศิลป์ของสุนทรภู่ให้เป็นที่รู้จักและเข้าใจ ตลอดจนตระหนักถึงคุณค่าของภาษาไทยและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์เอกลักษณ์ทางภาษาไทยและการใช้ภาษาไทย โดยมี รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ ผศ.ดร.สายวรุณ สุนทโรทก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒฯ อ.วรวุฒิ ภักดีบุรุษ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ร่วมเสวนา

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเสวนา “สุนทรภู่ ครูภาษา” ในวันนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันสุนทรภู่ ซึ่งตรงกับวันที่ 26 มิ.ย. ของทุกปี ถือเป็นการช่วยส่งเสริมให้ทุกคนเห็นคุณค่าของภาษาไทยที่สำคัญของบรมครูของไทย คือ สุนทรภู่ ตลอดจนให้บรมครูสุนทรภู่เห็นว่า คนไทยไม่ไร้ฝีมือ ยังมีกวีที่จะเกิดขึ้นในกรุงรัตนโกสินทร์อีกมากมาย สิ่งที่ครูสุนทรภู่สร้างมาทั้งวรรณกรรมและกวีเป็นสิ่งที่ชี้ความเป็นชาติ รากแท้ของไทยเกิดจากรากวัฒนธรรมไทย ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันสืบสานมรดกที่ยิ่งใหญ่และมรดกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ขอให้ทุกคนได้นำสิ่งที่ได้รับจากการเสวนาไปปรับใช้ในการสร้างความรู้ รวมถึงปรับใช้ในห้องสมุดและสถานศึกษา เพราะไม่มีอะไรดีไปกว่าการเติมเต็มความรู้และองค์ปัญญา และหอสมุดเมืองฯ แห่งนี้ เป็นหอสมุดของทุกคนที่สามารถมาใช้เป็นแหล่งเรียนรู้เสมือนห้องเรียนของทุกคนได้

----------------- (พัทธนันท์...กปส. รายงาน)


 

กทม. ชวนชุมชนและอาสาสมัครฯ ร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเชิงรุก


(23 มิ.ย. 60) เวลา 13.30 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมรวมพลังคนกรุงเทพฯ เอาชนะยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ภายใต้คำขวัญ “ทำดีเพื่อพ่อ สานต่อแก้ปัญหายาเสพติด” พร้อมมอบรางวัลแก่หน่วยงานดีเด่นด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดระหว่างเวลา 08.00-15.30 น. ณ โรงแรมอินทรา รีเจนท์ ถนนราชปรารภ เขตราชเทวี โดยมีนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พลตรีชวการ คมคาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายเฉลิมชน คงสมใจ ประธานอาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักอนามัย ผู้บริหารเขตภาษีเจริญ ผู้บริหารเขตสะพานสูง ผู้บริหารเขตบางรัก ผู้บริหารเขตคลองเตย ผู้บริหารเขตบางนา ผู้บริหารเขตบางกะปิ ผู้บริหารเขตหนองจอก สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด และอาสาสมัครกรุงเทพมหานครในสถานศึกษา รวมจำนวน 1,200 คน ร่วมพิธี

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัยจัดงานมหกรรมรวมพลังคนกรุงเทพฯ เอาชนะยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2560 ภายใต้คำขวัญ “ทำดีเพื่อพ่อ สานต่อแก้ปัญหายาเสพติด” ขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัย ตลอดจนสำนึกและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และให้ชุมชนร่วมใจระวังภัยยาเสพติด อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติดในชุมชน อาสาสมัครกรุงเทพมหานครในสถานศึกษาได้รับองค์ความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การมอบรางวัลแก่หน่วยงานดีเด่นด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกรุงเทพมหานคร เรื่อง “พลังคนกรุงเทพฯ เอาชนะยาเสพติด” และการกล่าวปฏิญาณตนต้านยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ นิทรรศการพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด นิทรรศการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของกรุงเทพมหานคร กิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด และการแสดงสร้างสรรค์ต้านยาเสพติด 4 ชุด ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้ระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงาน องค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อันจะส่งผล ทำให้สามารถลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกรุงเทพมหานครลงได้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดนับเป็นปัญหาสังคมที่มีความร้ายแรงระดับชาติ ทุกสังคมและชุมชนกำลังเผชิญกับปัญหายาเสพติดแพร่กระจายไปทั่ว ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการป้องกันและปราบปรามผู้ลักลอบจำหน่าย แต่ก็ยังไม่สามารถขจัดปัญหายาเสพติดได้ เนื่องจากเป็นขบวนการที่สลับซับซ้อน ผู้จำหน่ายพัฒนาวิธีการขายได้อย่างแยบยล และนับวันจะเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ อย่างที่เห็นเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ดังนั้นทุกฝ่ายโดยเฉพาะอาสาสมัครชุมชน โรงเรียน หรือสถานศึกษา และสถานประกอบการต้องร่วมมือกันสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวังเชิงรุก โดยเข้าไปมีส่วนร่วม สร้างความคุ้นเคย จะทำให้ทราบพฤติกรรมและสามารถดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างรวดเร็ว ตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ต้องการให้ชุมชนและสังคมอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยและสงบสุขตลอดไป

----------------- (อรรจน์ชญาณ์...กปส. รายงาน)


 

กทม. เร่งพัฒนาแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากร เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำย่านถนนรามคำแหง


(23 มิ.ย. 60) เวลา 08.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากรและระบบระบายน้ำบริเวณถนนรามคำแหง โดยมีนายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นางสาวจุฑามาศ วิรุฬห์ธานี ผู้อำนวยการเขตสะพานสูง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตสะพานสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปโครงการ ณ บริเวณโครงการแก้มลิง ข้างโรงเรียนโสมาภานุสสรณ์ ถนนรามคำแหง เขตสะพานสูง

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า วันนี้ได้มาลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากร ซึ่งการก่อสร้างติดปัญหาการรุกล้ำบริเวณคลองบ้านม้า 2 ที่ผ่านมาสำนักงานเขตสะพานสูงและสำนักการระบายน้ำได้ลงพื้นที่เจรจากับผู้รุกล้ำแล้ว ซึ่งผู้รุกล้ำยินยอมให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายออกไปเป็นอย่างดี หลังจากนี้กรุงเทพมหานครจะดำเนินโครงการก่อสร้างแก้มลิงหมู่บ้านสัมมากรต่อไปให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จไม่เกิน 1 ปี ถ้าโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 227,000 ลบ.ม. โดยช่วยรองรับน้ำจากหมู่บ้านสัมมากรและถนนรามคำแหงมากักเก็บไว้ในแก้มลิงดังกล่าว อย่างไรก็ตามการก่อสร้างในช่วงแรกจะติดปัญหาและอุปสรรคทำให้การก่อสร้างล่าช้า บริเวณหมู่บ้านสัมมากรมีบ้านเรือนประชาชนประมาณ 2,000-3,000 หลังคาเรือน โดยหมู่บ้านได้มอบบึงรับน้ำ ซึ่งมีทั้งหมด 4 บึง ให้กรุงเทพมหานครดำเนินโครงการก่อสร้างแก้มลิง เพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง 4 บึง จะสามารถรองรับน้ำจากคลองบ้านม้า คลองบ้านม้า 2 และคลองสะพานสูง ซึ่งคลองทั้ง 3 แห่ง จะมาเชื่อมกับคลองแสนแสบ ทำให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ในช่วงที่ฝนตกก่อนระบายลงสู่คลองต่างๆ ต่อไป

แก้มลิง 25 แห่งทั่วกรุง รองรับปริมาณน้ำได้ 13 ล้านลบ.ม.

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวอีกว่า ในขณะนี้กรุงเทพมหานครมีแก้มลิงทั้งหมด 25 แห่ง สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ 13 ล้านลบ.ม. ซึ่งในส่วนแก้มลิง 25 แห่ง เป็นแก้มลิงของเอกชน 7 แห่ง เช่น บึงสวนสยาม บึงสีกัน บึงข้างโรงเรียนแอนเนกซ์ บึงหมู่บ้านเมืองทองการ์เด้น บึงหมู่บ้านเมืองทองธานี 2/1 และ 2/2 ซึ่งบึงของเอกชนมีส่วนช่วยในการกักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกเป็นจำนวนมาก นอกจากแก้มลิงทั้ง 25 แห่งนี้แล้ว กรุงเทพมหานครได้พยายามใช้ประโยชน์จากแก้มลิงของหน่วยราชการ เช่น กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน.2 รอ.) ที่ตั้งอยู่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ขอความอนุเคราะห์ขอใช้พื้นที่แก้มลิง เพื่อการชะลอน้ำในช่วงที่ฝนตก นอกจากนี้ในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ กรุงเทพมหานครจะเจรจราพูดคุยกับหมู่บ้านนอร์ทปาร์ค ซึ่งมีพื้นที่แก้มลิงและระบบสูบน้ำอยู่ ถ้าหากสามารถใช้แก้มลิงและระบบสูบน้ำที่มีอยู่ได้ การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังที่บริเวณถนนงามวงศ์วาน จะมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

เล็งเพิ่มแก้มลิงอีก 12 แห่ง พร้อมชวนภาครัฐและเอกชนพัฒนาบึงรับน้ำ

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตามแก้มลิงที่กรุงเทพมหานครมีอยู่ ทั้งในส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร พื้นที่เอกชน และพื้นที่หน่วยราชการอื่นๆ คงจะไม่เพียงพอ ในอนาคตกรุงเทพมหานครโดยสำนักการระบายน้ำ มีแนวคิดในการเพิ่มพื้นที่แก้มลิงไม่น้อยกว่า 12 แห่ง ถ้าคิดเป็นตัวเลขแล้วจะเป็นพื้นที่กักเก็บน้ำไม่ต่ำกว่า 6 ล้านลบ.ม นับว่าเป็นจำนวนที่มาก แต่ในขณะเดียวกันหากหมู่บ้านหรือหน่วยราชการใด ประสานงานมายังกรุงเทพมหานครให้มีการพัฒนาบึงรับน้ำหรือแก้มลิงด้วยกัน โดยกรุงเทพมหานครช่วยบริหารจัดการให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะมีสภาพที่ดีขึ้นกว่าในปัจจุบัน การพัฒนาแก้มลิงในหมู่บ้านนั้น จะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง อาจไม่ใช่การป้องกันและแก้ปัญหาในภาพรวม แต่เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาในหมู่บ้านตนเองก็ได้ เพราะจะช่วยกักเก็บน้ำจากพื้นถนนหน้าหมู่บ้านในช่วงฝนตก ไม่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังหน้าหมู่บ้าน และอำนวยความสะดวกต่อการสัญจรในเส้นทางใกล้เคียง เพราะฉะนั้นแก้มลิงไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม เมื่อมีการพัฒนาเพื่อให้กักเก็บน้ำได้ในช่วงที่ฝนตก จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้

“การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้น เราคงจะมองเฉพาะเรื่องคลองอย่างเดียว ท่อระบายน้ำอย่างเดียว หรือเฉพาะอุโมงค์เพียงอย่างเดียว คงไม่ใช่ ควรจะมีทุกอย่างที่ผสมผสานกัน ซึ่งแก้มลิงก็เป็นหนึ่งในวิธีที่เราสามารถนำมาป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน” รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าว

----------------- (จิรัฐคม...กปส. รายงาน)


 

กทม. ต้อนรับคณะผู้บริหารมณฑลซานตงหารือการค้าการลงทุนระหว่างเมืองพี่เมืองน้อง


(23 มิ.ย. 60) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ นางสาวจ้าย หลู่หนิง (Ms.Zhai Luning) รองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำมณฑลซานตง และคณะ ในโอกาสเข้าร่วมงาน China (Shandong) – Thailand Trade & Investment Forum ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ ณ โรงแรมดุสิตธานี และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับมณฑลซานตงในด้านการค้าการลงทุน และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองเมือง โดยมีนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และข้าราชการสำนักงานการต่างประเทศ กทม. ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องอมรพิมาน ศาลาว่าการกทม.

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การเยี่ยมเยือนในครั้งนี้ซึ่งก็เป็นนิมิตรหมายที่ดีระหว่างกรุงเทพมหานครกับมณฑลซานตง ซึ่งในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้มีการลงนาม MOU กับมณฑลซานตง เป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างกัน และได้มีโอกาสไปดูเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงที่เมืองชิงต่าว ซึ่งมณฑลซานตงมีฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานมากที่สุดแห่งหนึ่ง ประกอบกับกรุงเทพมหานครกำลังจะขยายเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าอยู่แล้ว ซึ่งก็คงจะได้ทำการติดต่อลงทุนเรื่องรถไฟฟ้ากับเมืองซานตงเช่นกัน นอกจากนี้ก็ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยกันเยอะๆ เพราะเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันแล้ว ซึ่งการเดินทางนั้นสะดวก ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเศษๆ อีกทั้งค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายก็ไม่แพง มีอาหารที่อร่อย มีเมืองที่น่าท่องเที่ยว และมีมาตรฐานเรื่องความปลอดภัย ซึ่งในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาประเทศไทยประมาณ 8 ล้านกว่าคน ปีนี้ก็คาดหวังว่าพี่น้องชาวจีนจะเข้ามาเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้น และในระหว่างที่อยู่ในกรุงเทพมหานครนี้ก็ขอให้คณะมณฑลซานตงได้เยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ อย่างมีความสุข เดินทางโดยสวัสดิภาพ และอย่าลืมแวะชมถนนเยาวราชซึ่งเป็นเมืองไชน่าทาวน์ที่ยอดเยี่ยมมากในกรุงเทพมหานคร

รองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำมณฑลซานตง ระบุว่า ในการมาเยี่ยมเยือนกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลมณฑลซานตงนำคณะผู้ประกอบการมาเยือนประเทศไทย ซึ่งก็เป็นการเยี่ยมเยือนครั้งแรกหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนาม MOU กัน และขอเสนอข้อคิดเห็น จำนวน 2 ข้อ คือ 1. ควรที่จะมีการแลกเปลี่ยนทางด้านข้อมูลข่าวสารและนโยบายระหว่างกัน โดยอัพเดทข้อมูลข่าวสารให้ทันกับสถานการณ์ เพื่อหาวิธีการแก้ไขกับปัญหาที่เผชิญในการทำงานร่วมกัน และผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายได้มีก้าวหน้า ซึ่งมณฑลซานตงก็มีความยินดีที่จะร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและนโยบายต่างๆ ระหว่างมณฑลซานตงกับกรุงเทพมหานคร และ 2. อยากให้มีหน่วยงานที่ส่งเสริมในด้านการค้าและการลงทุนระหว่างทั้งสองฝ่าย ตั้งระบบการประสานงานเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งมณฑลซานตงก็มีสำนักงานส่งเสริมการค้าการลงทุนของมณฑลซานตง เป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบในเรื่องของการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ นอกจากนี้ก็ยังมีหน่วยงานหอการค้าซานตงในไทย โดยทางรัฐบาลของมณฑลซานตงจะสนับสนุนหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบทางด้านการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อที่จะเป็นแรงกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการสำเร็จต่อไป

----------------- (นักบุญ...กปส. รายงาน)


 

ผู้ว่าฯ อัศวิน เปิด 3 ช่องทาง พร้อมรับข้อเสนอแนะ แนวทางการพัฒนาเมืองจากทุกภาคส่วน


(23 มิ.ย. 60) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารงานพัฒนาเมือง (มหานครรุ่นที่ 5) เพื่อพัฒนานักบริหารระดับสูงในทุกภาคส่วนให้เป็นผู้นำทางความคิดในการพัฒนาเมือง สร้างแนวทาง ทัศนคติและสร้างเครือข่ายนักพัฒนาเมือง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเมืองอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน โดยการอบรมในหลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในภาพรวมการพัฒนามหานคร บทบาทของกรุงเทพมหานครในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานครและความร่วมมือในการบูรณาการการพัฒนาและบริหารจัดการระหว่างกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายในการบริหารจัดการและการพัฒนากรุงเทพมหานครด้านต่างๆ อย่างเป็นระบบต่อไป โดยมี ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผู้อำนวยการวิทยาลัยพัฒนามหานคร และผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบัน องค์กร ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากรุงเทพมหานคร จำนวน 100 คน ร่วมพิธีเปิด ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. ทั้งนี้การอบรมกำหนดระหว่างวันที่ 23 มิ.ย. - 2 พ.ย.60 รวม 156 ชั่วโมง ทุกวันเสาร์เวลา 09.00–16.30 น. มีกิจกรรมภาควิชาการและภาคการศึกษาดูงานภายในประเทศ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการบริหารงานพัฒนาเมือง ได้เปิดการอบรมรุ่นแรกตั้งแต่ปี 2553 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักบริหารระดับสูงในทุกภาคส่วนให้เป็นผู้นำทางความคิด ตลอดจนสร้างเครือข่ายนักพัฒนาเมืองจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันพัฒนากรุงเทพมหานครอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน โดยเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เข้ารับการอบรมและวิทยกรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยใช้พื้นฐานความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของผู้เข้าอบรมแต่ละท่าน ในการขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเชิงลึกในการบริหารงานพัฒนาเมือง เพื่อนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ในการบูรณาการงาน รวมทั้งบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนสร้างสรรค์งานเพื่อคุณประโยชน์แก่สังคมอันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนากรุงเทพมหานครของเราให้เจริญก้าวหน้าด้วยความมั่นคง พร้อมมุ่งสู่การเป็นมหานครเพื่อทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป

“ผมได้เปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารเพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามภารกิจ การทำงาน รวมถึงเสนอแนะแนวทางการพัฒนากรุงเทพฯ ประกอบด้วย Facebook : ผู้ว่าฯ อัศวิน การบอกเล่าเรื่องราวการทำงาน แอพลิเคชั่นไลน์อัศวินคลายทุกข์ Line id : @aswinbkk รับเรื่องราวร้องทุกข์ และ WEB BLOG “ตะลุยกทม.กับผู้ว่าฯ อัศวิน” http://www.aswinbkk.com บอกเล่าเรื่องราว สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญของกรุงเทพฯ ย่านการค้า และอาหารการกินที่น่าสนใจ โดยหากท่านผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆ จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสนอแนะแนวทางการทำงานพัฒนากรุงเทพมหานครก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวย้ำ

----------------- (ฐปนรรฆ์...กปส. รายงาน)


 

สผม. ประชุมรับฟังความคิดเห็นจัดทำมาตรการสำหรับการจัดการระบบโลจิสติกส์ในพื้นที่ กทม.

นางประภาพรรณ จันทร์นวล รองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม. เปิดเผยว่า สำนักผังเมืองได้ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทและมาตรการทางผังเมืองที่เหมาะสมสำหรับการจัดการระบบโลจิสติกส์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและจัดทำแผนแม่บทและมาตรการทางผังเมืองที่เหมาะสมสำหรับระบบการจัดการโลจิสติกส์ รวมทั้งมีแนวทางการพัฒนาพื้นที่เพื่อการรองรับการเติบโตของระบบโลจิสติกส์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง สำหรับเป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักผังเมือง จึงได้กำหนดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดกรอบแนวคิดในการจัดทำแผนแม่บทและมาตรการทางผังเมืองที่เหมาะสมสำหรับระบบการจัดการโลจิสติกส์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ 150 คน ในวันที่ 27 มิ.ย. 60 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ถนนราชปรารภ เขตราชเทวี ทั้งนี้เพื่อนำความคิดเห็นดังกล่าวมาประกอบการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ต่อไป

----------------- (อดิศัย...สผม. รายงาน)


 

สร้างนักบริหารเมืองหลวงมืออาชีพ รับกระแสการเปลี่ยนแปลงโลก


(22 มิ.ย. 60) เวลา 13.00 น. ณ โรงแรมเดอะทวิน ทาวเวอร์ เขตปทุมวัน : น.ส.ปราณี สัตยประกอบ รองปลัดกรุงเทพมหานคร บรรยายหัวข้อ “การบริหารจัดการในกระแสการเปลี่ยนแปลงโลก” แก่ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนักบริหารมหานครระดับสูง รุ่นที่ 12 ซึ่งเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น อำนวยการระดับต้น อำนวยการระดับสูง และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภายนอกและรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถวิเคราะห์และเสนอแนวทางการบริหารจัดการมหานครในมิติต่างๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานของเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการให้บริการสาธารณะ ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครน่าอยู่อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ รองปลัดกรุงเทพมหานครได้กล่าวถึงพัฒนาการของประเทศไทยตั้งแต่ยุคไทยแลนด์ 1.0 หรือยุคเกษตรกรรมมาจนถึงปัจจุบัน และการเปลี่ยนผ่านจากไทยแลนด์ยุค 3.0 สู่ยุค 4.0 ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายที่เปลี่ยนเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สังคมที่เทคโนโลยีมีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทุกสิ่งเชื่อมโยงกันด้วยระบบอินเตอร์เน็ต (Internet of Things) และการบริหารคนในยุค 4.0 นอกจากนี้ยังได้นำเสนอแนวทางการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีและมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม การพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาและการเรียนรู้ของประชาชน การสร้างความเข้มแข็งทางครอบครัว สังคม และสวัสดิการสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาด้านกีฬา นันทนาการ และการท่องเที่ยว การพัฒนาสุขภาพและสร้างสังคมแห่งสุขภาวะ และการพัฒนาความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง ตามนโยบายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านต่างๆ เพื่อร่วมกันพัฒนากรุงเทพมหานครและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0

----------------- (ภวนพร...กปส. รายงาน)


 

มอบโล่เกียรติคุณและยินดีกับนักเรียนและโรงเรียนในสังกัดกทม. ที่ได้คะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูง

(22 มิ.ย. 60) เวลา 13.45 น. นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีมอบโล่เกียรติคุณและหนังสือรับรองแก่โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าร้อยละ 50 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่อเนื่อง 3-5 ปี และนักเรียนที่สอบ O-NET ได้คะแนนเต็ม ปีการศึกษา 2559 โดยมี นายศุภพงษ์ กฤษณพันธุ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารสำนักการศึกษา คณะผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนและผู้ปกครอง ร่วมพิธี ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า)

การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET เป็นการทดสอบที่ได้มาตรฐาน ผลการทดสอบเป็นที่ ยอมรับกันทั่วไป ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ประกาศเป็นนโยบายให้นักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุกคนต้องเข้ารับการทดสอบใน 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนาธรรม และภาษาอังกฤษ โดยในปีการศึกษา 2559 มีนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครเข้าสอบ O-NET รวม 42,928 คน แบ่งเป็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 33,856 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 8,277 คน และชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 จำนวน 795 คน ซึ่งผลของการทดสอบพบว่ามีนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สอบได้คะแนนเต็ม วิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 73 คน วิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 15 คน และได้คะแนนเต็มทั้งวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ จำนวน 6 คน รวมทั้งสิ้น 94 คน นอกจากนักเรียนแล้ว โรงเรียนที่ส่งนักเรียนเข้ารับการทดสอบระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวน 430 โรงเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจำนวน 108 โรงเรียน และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวน 9 โรงเรียน ซึ่งผลของการทดสอบพบว่า โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2559 จำนวน 53 โรงเรียน โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าร้อยละ 50 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2559 จำนวน 1 โรงเรียน โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่อเนื่อง 5 ปี จำนวน 12 โรงเรียน โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่อเนื่อง 4 ปี จำนวน 1 โรงเรียน และ โรงเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลการสอบ O-NET สูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่อเนื่อง 3 ปี จำนวน 1 โรงเรียน

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขอแสดงความชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบถึงความรู้ความสามารถของนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่สอบได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน เป็นจำนวนถึง 94 คน ในการสอบ O-NET ปีการศึกษา 2559 ซึ่งเป็นการทดสอบระดับชาติ ที่ใช้ข้อสอบค่อนข้างยากมาก ในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ซึ่งในจำนวนนี้มีนักเรียน 6 คน ที่ได้คะแนนเต็มทั้ง 2 วิชา จากนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เข้าสอบทั้งสิ้น 33,856 คน จึงปรารถนาให้นักเรียนทั้ง 94 คนตระหนักถึงความภาคภูมิใจของผู้ปกครองและครูที่มีต่อความสำเร็จของนักเรียน ในครั้งนี้และนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในการศึกษาต่อในระดับการศึกษาที่สูงขึ้นต่อไป

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากความรู้ความสามารถของนักเรียนแล้วยังได้ทราบถึงความเอาใจใส่ของโรงเรียนในการพัฒนาลูกศิษย์ของตน จนทำให้ผลการทดสอบ O-NET ปีการศึกษา 2559 ได้คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 53 โรงเรียน สูงกว่าร้อยละ 50 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ 1 โรงเรียน และโรงเรียนที่ได้คะแนน เฉลี่ยสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่อเนื่อง 3-5 ปี จำนวน 14 โรงเรียน รวมทั้งหมด 68 โรงเรียน จึงขอเรียนว่า ทั้ง 68 โรงเรียนเป็นความภาคภูมิใจของกรุงเทพมหานครในความอุตสาหะของโรงเรียนเป็นอย่างมาก

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้ายว่า โล่เกียรติยศและหนังสือรับรองที่มอบให้ทุกคนในวันนี้ ถือเป็นเกียรติแห่งความพากเพียร อุตสาหะ วิริยะ ในการประกอบกิจจนเกิดความสำเร็จ จึงขอให้ทุกคนรักษาความดีแห่งเกียรตินี้ไว้ หากยังมีสิ่งใดที่อาจขาดตกบกพร่องอยู่ ขอให้เพิ่มความพยายามพัฒนาผลงานสูงขึ้นไปอีก และขอโอกาสนี้ฝากไปยังโรงเรียนอื่นๆ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร ขอเป็นกำลังใจให้เร่งพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนและได้รับเกียรติเช่นทุกคนในวันนี้ในโอกาสต่อๆ ไป

------------------ (อรรจน์ชญาณ์... กปส. รายงาน)


 
บทความ อื่นๆ ...
AD_BMA


















จดหมายข่าวรัฐบาล เพื่อประชาชน

สำรวจการรับรู้ของประชาชน 1
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการปลูกป่าชายเลนทะเลกรุงเทพฯ สานต่อภารกิจ “ปลูกป่าในใจคน ตามศาสตร์พระราชา” ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 2
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการร่วมกันฟื้นฟูคลองลาดพร้าว เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 3
ท่านทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร (Bangkok City Library) หรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 4
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ Big Cleaning กรุงเทพฯ เมืองสะอาด ของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
สำรวจการรับรู้ของประชาชน 5
ท่านรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครหรือไม่
 
ผู้เยี่ยมชมตั้งแต่ 13 ต.ค. 52
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
11